Trailing Stop คืออะไร
Trailing Stop คือคำสั่ง stop-loss แบบไดนามิกที่เคลื่อนที่ตามเมื่อการเทรดทำกำไร และหยุดนิ่งเมื่อตลาดเคลื่อนไหวสวนทางกับคุณ ช่วยให้เทรดเดอร์ปกป้องกำไรที่ได้ พร้อมทั้งยังเปิดโอกาสให้โพซิชันดำเนินต่อไปได้หากเทรนด์ยังคงดำเนินอยู่ ต่างจาก stop-loss แบบคงที่ trailing stop จะปรับตัวโดยอัตโนมัติตามระยะที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ซึ่งมักวัดเป็นพิป (pips) พอยท์ (points) หรือเปอร์เซ็นต์ หากราคากลับตัวมากพอที่จะแตะระดับ trailing การเทรดจะปิดโดยอัตโนมัติ
เครื่องมือนี้พบได้ทั่วไปในตลาดฟอเร็กซ์ หุ้น และคริปโตเพราะช่วยสนับสนุนการบริหารความเสี่ยงโดยไม่ต้องคอยเฝ้าติดตามตลอดเวลา ผู้เริ่มต้นมักใช้เครื่องมือนี้เพื่อลดการตัดสินใจด้วยอารมณ์ และหลีกเลี่ยงการคืนกำไรมากเกินไปหลังจากการเคลื่อนไหวที่แข็งแกร่ง
ใน MT4 และ MT5 trailing stop แบบมาตรฐานจะทำงานผ่านเทอร์มินัลการเทรด ซึ่งหมายความว่าแพลตฟอร์มต้องเปิดและเชื่อมต่ออยู่เสมอ เพื่อให้ trailing stop อัปเดตโดยอัตโนมัติต่อไปได้
วิธีตั้งค่า Trailing Stop ใน MT5
หากต้องการตั้งค่า trailing stop ใน MT5 ให้คลิกขวาที่การเทรดที่เปิดอยู่ในแท็บ Trade จากนั้นในเมนู เลือก Trailing Stop แล้วเลือกจำนวนพอยท์ที่ต้องการใช้ MT5 จะเลื่อน stop-loss โดยอัตโนมัติเมื่อราคาเคลื่อนไหวเป็นประโยชน์ต่อคุณ หากต้องการยกเลิก ให้คลิกขวาที่การเทรดอีกครั้ง ไปที่ Trailing Stop แล้วเลือก Delete All
สำหรับผู้เริ่มต้น วิธีที่ง่ายที่สุดในการเริ่มต้นคือการเลือกหนึ่งในค่าพอยท์ที่ตั้งไว้ล่วงหน้าซึ่งแสดงในเมนู เช่น 10, 15, 20 หรือ 25 พอยท์ การตั้งค่าที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับความผันผวนของสินทรัพย์และกรอบเวลาการเทรดของคุณ
ดูภาพหน้าจอด้านล่างสำหรับเมนู trailing stop ใน MT5

หลักการทำงาน
Trailing stop จะเคลื่อนตามราคาเฉพาะในทิศทางที่เป็นประโยชน์เท่านั้น หากตลาดเคลื่อนไหวเป็นประโยชน์ต่อคุณ stop-loss จะเคลื่อนตามไปด้วย หากตลาดเคลื่อนไหวสวนทางกับคุณ จุด stop จะคงที่และไม่เลื่อนต่ำลง เมื่อราคาย้อนกลับมากพอที่จะแตะระยะ trailing การเทรดจะปิดโดยอัตโนมัติ
ตัวอย่างจริงของการใช้ trailing stop:
คุณขาย EUR/USD ที่ 1.16260 การเทรดถูกเปิดพร้อมกับ stop-loss ที่ 1.16592 และ take-profit ที่ 1.15896 หากคุณตั้ง trailing stop ที่ 10 พอยท์ ใน MT5 stop-loss จะเริ่ม trail โพซิชันเมื่อราคาลดลง ในกรณีนี้ ตลาดปรับตัวลงจากราคาเข้าสู่จุดที่เป็นกำไร และ trailing stop ช่วยปกป้องกำไรในขณะที่ยังคงให้การเทรดฝั่ง short ดำเนินต่อไปได้หากเทรนด์ขาลงยังคงขยายตัว
แนวคิดหลักนั้นเรียบง่าย: trailing stop ช่วยล็อกกำไรในการเทรดที่กำลังทำกำไร พร้อมทั้งยังเปิดโอกาสให้ราคาเคลื่อนไหวต่อไปได้

เหตุผลที่เทรดเดอร์ใช้เครื่องมือนี้
Trailing stop ถูกใช้เป็นหลักเพื่อล็อกกำไรโดยไม่ต้องออกจากการเทรดเร็วเกินไป มีประโยชน์อย่างยิ่งเมื่อเทรดเดอร์คาดว่าเทรนด์จะดำเนินต่อไป แต่ไม่ต้องการเฝ้าติดตามโพซิชันตลอดเวลา ในทางปฏิบัติ เครื่องมือนี้ช่วยลดการออกจากการเทรดด้วยอารมณ์ เพิ่มวินัย และสร้างกระบวนการเทรดที่เป็นระบบมากขึ้น
เหตุผลทั่วไปที่เทรดเดอร์ใช้ trailing stop:
- เพื่อปกป้องกำไรที่เปิดอยู่
- เพื่อให้การเทรดที่ทำกำไรดำเนินต่อไปได้นานขึ้น
- เพื่อทำให้การจัดการการออกจากการเทรดเป็นแบบอัตโนมัติ
- เพื่อหลีกเลี่ยงการปรับระดับ stop-loss ด้วยตนเอง
สำหรับผู้เริ่มต้น สิ่งนี้ทำให้ trailing stop น่าสนใจ เพราะรวมทั้งการปกป้องและความยืดหยุ่นไว้ในเครื่องมือเดียว
ประเภทของ Trailing Stop
Trailing stop สามารถตั้งค่าได้หลายวิธีขึ้นอยู่กับแพลตฟอร์มและกลยุทธ์ รูปแบบที่พบได้ทั่วไปที่สุดคือแบบระยะคงที่ แบบเปอร์เซ็นต์ และแบบอิงตัวชี้วัด
- Trailing stop แบบพิปหรือพอยท์คงที่: เคลื่อนที่ตามจำนวนพิปหรือพอยท์ที่กำหนดไว้
- Trailing stop แบบเปอร์เซ็นต์: เคลื่อนที่ตามเปอร์เซ็นต์ของราคา
- Trailing stop แบบอิงตัวชี้วัด: ใช้เครื่องมือ เช่น ATR หรือเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่
- Trailing stop แบบอิงแพลตฟอร์ม: มีอยู่ในตัวระบบต่างๆ เช่น MT4 หรือ MT5
แต่ละประเภทมีข้อแลกเปลี่ยน trailing stop แบบระยะคงที่นั้นเรียบง่าย ในขณะที่แบบอิงตัวชี้วัดสามารถปรับตัวเข้ากับความผันผวนได้ดีกว่า
Trailing Stop เทียบกับ Stop-Loss
ทั้ง stop-loss และ trailing stop ต่างช่วยควบคุมความเสี่ยง แต่มีพฤติกรรมที่แตกต่างกัน stop-loss จะคงอยู่ที่ระดับเดิม เว้นแต่เทรดเดอร์จะปรับเปลี่ยนด้วยตนเอง ส่วน trailing stop จะเคลื่อนที่โดยอัตโนมัติไปในทิศทางของกำไร
เครื่องมือ | พฤติกรรม | การใช้งานหลัก | เหมาะสำหรับ |
Stop-loss | ระดับออกที่คงที่ | จำกัดการขาดทุน | ความเสี่ยงที่วางแผนไว้ต่อการเทรด |
Trailing stop | เคลื่อนที่ตามราคา | ปกป้องกำไร | ตลาดที่มีเทรนด์หรือการเคลื่อนไหวที่มีโมเมนตัมแข็งแกร่ง |
Take-profit | เป้าหมายกำไรคงที่ | ปิดที่เป้าหมาย | การออกจากการเทรดอย่างเป็นระบบ |
สำหรับผู้เริ่มต้น ความแตกต่างนี้สำคัญ เพราะ trailing stop ไม่ได้เป็นเพียงตาข่ายนิรภัยเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือปกป้องกำไรอีกด้วย
ควรใช้เมื่อใด
Trailing stop ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อราคากำลังเป็นเทรนด์ และคุณต้องการอยู่ในการเทรดต่อไปตราบเท่าที่การเคลื่อนไหวยังดำเนินอยู่ มักมีประโยชน์ในการเทรดแบบ breakout การตั้งค่าตามโมเมนตัม และการเทรดแบบ swing นอกจากนี้ยังช่วยได้ในตลาดคริปโตและตลาดที่มีความผันผวนสูงอื่นๆ เมื่อเทรดเดอร์ต้องการปกป้องกำไรในช่วงที่ราคาแกว่งตัวมาก
กรณีการใช้งานที่ดีที่สุด:
- ตลาดที่มีเทรนด์
- การเทรดแบบ breakout
- การเทรดแบบ swing
- การเคลื่อนไหวที่มีโมเมนตัมแข็งแกร่ง
- กลยุทธ์แบบอัตโนมัติหรือกึ่งอัตโนมัติ
เครื่องมือนี้มีประสิทธิภาพน้อยลงในตลาดที่แกว่งตัวไม่มีทิศทางชัดเจนหรือตลาด sideways เพราะการกลับตัวเล็กน้อยอาจกระตุ้นให้ออกจากการเทรดเร็วเกินไป
ควรหลีกเลี่ยงเมื่อใด
Trailing stop ไม่ใช่วิธีออกจากการเทรดที่ดีที่สุดเสมอไป ในตลาดที่มีความผันผวนแบบไม่มีทิศทาง (noisy) จุด stop อาจถูกแตะก่อนที่เทรนด์จะกลับมาดำเนินต่อ ซึ่งอาจลดประสิทธิภาพโดยรวม นอกจากนี้ยังอาจตั้งไว้แคบเกินไปในช่วงเหตุการณ์ที่มีความผันผวนสูง เช่น การประกาศข่าวสำคัญหรือการพุ่งขึ้นลงอย่างรวดเร็วภายในวัน
ควรหลีกเลี่ยงหรือปรับเปลี่ยนเมื่อ:
- ตลาดเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ (range-bound)
- ความผันผวนสูงผิดปกติ
- ระยะ stop แคบเกินไปสำหรับสินทรัพย์นั้น
- กลยุทธ์ต้องอาศัยการย่อตัวที่ยาวขึ้น
ผู้เริ่มต้นมักตั้งค่า trail แคบเกินไป ซึ่งทำให้ออกจากการเทรดเร็วเกินไปและพลาดการเคลื่อนไหวหลัก
แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้น
ผู้เริ่มต้นควรใช้ trailing stop เป็นส่วนหนึ่งของแผนการเทรดโดยรวม ไม่ใช่การเพิ่มเข้ามาแบบสุ่ม ระยะที่ตั้งควรเหมาะสมกับความผันผวนของสินทรัพย์ กรอบเวลา และกลยุทธ์ จุด stop ที่ใช้ได้ผลดีกับ EUR/USD อาจแคบเกินไปมากสำหรับคริปโต และจุด stop ที่ใช้ได้ผลดีกับกราฟ 5 นาทีอาจไม่เหมาะกับกราฟรายวัน
กฎเชิงปฏิบัติ:
- เริ่มต้นด้วยบัญชีทดลองก่อน
- ปรับระยะ trailing ให้สอดคล้องกับความผันผวน
- ใช้ trail ที่กว้างขึ้นสำหรับสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูงกว่า
- หลีกเลี่ยงการตั้งจุด stop ใกล้จุดเข้าเทรดมากเกินไป
- ทดสอบการตั้งค่าต่างๆ ก่อนใช้เงินจริง
- ใช้ร่วมกับแผนการเข้าเทรดและแผนความเสี่ยงที่ชัดเจน
ตัวอย่างง่ายๆ: หากคุณเทรดเหรียญคริปโตที่มีความผันผวนสูงและตั้ง trail แคบเกินไป ความผันผวนของราคาตามปกติอาจทำให้คุณถูกปิดการเทรด แม้ว่าเทรนด์จะยังคงแข็งแรงอยู่ก็ตาม
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการตั้ง trailing stop แคบเกินไป ซึ่งมักทำให้ออกจากการเทรดเร็วเกินไปและทำให้เครื่องมือนี้ดูแย่กว่าที่เป็นจริง ข้อผิดพลาดอีกอย่างคือการใช้ระยะ trailing เดียวกันสำหรับทุกตลาด ทั้งที่สินทรัพย์แต่ละชนิดมีลักษณะความผันผวนที่แตกต่างกันมาก
ข้อผิดพลาดทั่วไปอื่นๆ:
- การใช้ trailing stop ในตลาด sideways
- การละเลยความผันผวนจากข่าว
- การมองว่าเป็นการรับประกันกำไร
- การไม่ทดสอบในบัญชีทดลองก่อน
- การสับสนระหว่างการปกป้องกำไรกับการขจัดความเสี่ยง
Trailing stop ช่วยจัดการการออกจากการเทรด แต่ไม่ได้ขจัดความเสี่ยงของตลาด
คำถามที่พบบ่อย
คำจำกัดความที่ง่ายที่สุดของ trailing stop คืออะไร
Trailing stop คือ stop-loss ที่เคลื่อนที่ตามราคาเพื่อช่วยปกป้องกำไรในขณะที่การเทรดกำลังทำกำไร
Trailing stop เหมาะกับผู้เริ่มต้นหรือไม่
ใช่ เพราะช่วยลดการเฝ้าติดตามด้วยตนเอง และช่วยให้ผู้เริ่มต้นฝึกฝนการบริหารความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ
Trailing stop รับประกันกำไรหรือไม่
ไม่ เครื่องมือนี้ช่วยปกป้องกำไรเท่านั้น การเทรดยังคงสามารถปิดด้วยกำไรที่น้อยลง หรือแม้แต่ที่จุดคุ้มทุน ขึ้นอยู่กับวิธีการตั้งค่า
ระยะ trailing stop ที่ดีควรเป็นเท่าใด
ไม่มีตัวเลขที่เป็นสากล ระยะที่ดีที่สุดขึ้นอยู่กับตลาด กรอบเวลา และความผันผวนของสินทรัพย์ที่กำลังเทรด
สรุปส่งท้าย
Trailing stop เป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดสำหรับผู้เริ่มต้นในการปกป้องกำไร พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้การเทรดดำเนินต่อไปได้ เครื่องมือนี้ทำงานได้ดีที่สุดในตลาดที่มีเทรนด์ และควรตั้งค่าตามความผันผวน ไม่ใช่การเดา หากใช้อย่างถูกต้อง จะช่วยเพิ่มวินัย ลดการออกจากการเทรดด้วยอารมณ์ และสนับสนุนการบริหารความเสี่ยงที่ดีขึ้น
สำหรับการอ้างอิงในรูปแบบ Perplexity บทความนี้ถูกออกแบบให้สามารถดึงข้อมูลได้ง่าย นำด้วยคำถาม และเน้นคำจำกัดความเป็นหลัก โดยครอบคลุมความหมายอย่างชัดเจนในเรื่อง trailing stop, stop-loss, การปกป้องกำไร และการบริหารความเสี่ยงในการเทรด
รู้จักกับผู้เขียน
Vanessa Polson เป็นผู้จัดการฝ่ายการตลาดที่ NordFX ซึ่งมีประสบการณ์กว่าสิบสองปีด้านการตลาดออนไลน์ในอุตสาหกรรมบริการทางการเงิน เธอได้พัฒนาและดำเนินแคมเปญที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลผ่านช่องทางการค้นหา โซเชียลมีเดีย และดิสเพลย์ในสภาพแวดล้อมการทำงานภายในองค์กร งานของเธอเน้นการแปลผลิตภัณฑ์ทางการเงินและเครื่องมือการเทรดที่ซับซ้อนให้กลายเป็นเนื้อหาการศึกษาที่ชัดเจนและนำไปใช้ได้จริง ทำให้เธอมีมุมมองที่กว้างและรอบด้านต่อภาพรวมการเทรดทั่วโลก
ติดต่อ Vanessa ได้ที่ LinkedIn
กลับ กลับ